รายละเอียดบทความ

ประวัติและความเป็นมาของเกมส์ชื่อดัง Football Manager

    น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเกมบริหารฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดในโลกภายใต้ชื่อ Football Manager หรือ FM ซึ่งแม้ว่าผมจะไม่ได้เล่นมานานถึง 5 ปีแล้วแต่การพัฒนาเกมฟุตบอลโลกเสมือนแห่งนี้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย

ย้อนปูมหลังสองพี่น้องพอล(รูปแรก)และโอวิเวอร์ คอลลีเออร์ผู้คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลเริ่มเขียนโปรแกรมโดยใช้บ้านเป็นสำนักงานก่อนหอบเอาไอเดียนี้ไปเสนอบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษแต่ถูกปฏิเสธซึ่งรวมถึงพี่เบิ้มอย่าง EA Sports เจ้าของเกม FIFA อันโด่งดัง

อย่างไรก็ดีบริษัท Domark ยอมเสี่ยงตายทำหน้าที่จำหน่ายเกม Championship Manager หรือ CM1 ที่ถือกำเนิดเมื่อปี 1992 หรือเมื่อ 16 ปีก่อน

จุดหักเหสำคัญของ CM คือการควบรวมบริษัท Eidos Interactive และ Domark ซึ่งรายแรกนั้นมีลิขสิทธิ์เกมอลังการอย่าง Tomb Rider ทำให้เกม CM จึงมีแบ็คอัพชั้นดีในการวางกลยุทธิ์ต่างการตลาด

แต่สองพี่น้องคอลลิเออร์ฉลาดพอที่จะไม่ปล่อยให้ Eidos Interactive จูงจมูกจึงได้ตั้งบริษัทเกมขึ้นมาเองเพื่อทำหน้าที่สร้างสรรค์+พัฒนาเกม CM ภายใต้ชื่อ Sports Interactive โดยที่ Eidos Interactive เข้ามาถือหุ้นส่วนหนึ่ง

พนักงานช่วงแรกๆมีแค่ไม่กี่คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกสาวก CM มาก่อนไม่ว่าจะเป็นไมลส์ ยาค็อปสันผู้อำนวยการก็เริ่มจากเป็นผู้ทดลองเกม CM 2 โดยทำข้อมูลทีมวัตฟอร์ดที่เขาเชียร์อยู่โดยเป็นหัวหน้าทีมข้อมูลในสหราชอาณาจักรก่อนก้าวสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

แน่นอนฐานข้อมูลนักเตะมากมายเป็นแสนๆคนทั่วโลกไม่มีทางเลยที่สองพี่น้องคอลลีเออร์หรือทีมงานจะตระเวณหาได้ทั้งหมดแต่บรรดาสาวก CM ทั่วโลกร่วมใจกันรวมรวบและส่งผ่านเวบไซต์จึงพูดได้ว่าเกมบริหารฟุตบอลนี้แฟนบอลมีส่วนในการพัฒนาอย่างไม่ต้องสงสัย

นักเตะอย่างแดนนี่ เมอร์ฟีย์สมัยเล่นให้ครูว อเล็กซานดาร์,ยาป สตัม,ฮาเวียร์ ซาบิโอล่ารวมทั้งนิโกลาส์ อเนลก้าล้วนแล้วแจ้งเกิดในเกม CM ก่อนที่จะเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริงซะอีก

ยอดขาย CM 2001/2002 ทำสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาลในอังกฤษ(ณ ตอนนั้น)รวมทั้งเป็นเจ้าของสถิติขายดีที่สุดในการวางจำหน่ายสัปดาห์แรก โดยขายได้มากกว่าหนึ่งแสนแผ่นภายในสัปดาห์แรก ทำลายสถิติเดิมที่ CM3 (ภาคก่อนหน้า) เป็นเจ้าของสถิติ 55,000 แผ่นอย่างราบคาบ

ในเทศกาลคริสต์มาสปี 2001 CM เป็นของขวัญคริสต์มาสซึ่งเป็นที่ต้องการมากที่สุด เป็นรองเพียงก็เพียง Harry Potter

หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2004 เมื่อ CM 2003/04 กลายเป็นภาคสุดท้ายที่บริหารโดย Sports Interactive ซึ่งหนีไปเซ็นสัญญากับ SEGA และออกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ Football Manager

เหตุผลที่แท้จริงของการแยกตัวจาก Eidos Interactive ไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใดแม้ว่าหลายเชื่อว่าทาง Sports Interactive รู้สึกมีอิสระทางความคิดในการพัฒนาเกมเมื่อร่วมงานกับ SEGA มากกว่า

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต่างคนต่างหอบสมบัติกันคนละอย่าง Eidos Interactive ได้ชื่อแบรนด์ CM และอินเตอร์เฟซรูปร่างหน้าต่างเกมไปพัฒนาต่อส่วน Sports Interactive ของสองพี่น้องตระกูลคอลลีเออร์มีเพียงฐานข้อมูลเท่านั้น

แม้ใช้ชื่อใหม่แต่ FM ยังคงลักษณะการเล่นคล้ายตัว CM ในขณะที่ CM5 หน้าตาเปลี่ยนไปเลยเนื่องจากทีมบริหารชุดใหม่เกือบๆจะต้องเขียนโปรแกรมตัวใหม่ขึ้นมาทั้งหมดเลยทีเดียว

สุดท้ายแล้วฝีมือชั้นเซียนของสองพี่น้องคอลลีเออร์เหนือกว่าทำให้ CM5 จนกลายเป็นมวยคนละรุ่นก่อนที่ชื่อ CM ซึ่งเคยติดตลาดเป็นเบอร์หนึ่งมาตลอดถูก FM กลืนกินขึ้นหิ้งแทนในที่สุด

ปัจจุบันเกมบริหารฟุตบอลนี้เข้ามามีบทบาทในโลกลูกหนังจริงๆอย่างไม่น่าเชื่อเพราะเริ่มมีการพูดถึงกันมาโดยตลอดว่าผู้จัดการทีมบางสโมสรส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอร์มนักเตะทีมเล็กๆหรือยังต่างแดนโดยใช้ฐานข้อมูลในเกม

ล่าสุดข่าวฮือฮาและสร้างมิติใหม่สำหรับวงการกีฬาและเกมคือการตกลงเซ็นสัญญาระหว่าง Sports Interactive และสโมสรเอฟเวอร์ตัน

ไม่ใช่แค่คนเบื้องหลัง"ฟุตบอล เมเนเจอร์"ได้เห็นการสร้างสรรค์เกมของพวกเขาฮิตฮ็อตติดลมบนสุดๆแต่การจับมือกับสโมสรเอฟเวอร์ตันทีมรักวัยเด็กของสองผู้ก่อตั้งเกมชื่อกระฉ่อนต่างหากที่เป็นสุดยอดแห่งความสำเร็จ

เมื่อเดือนก่อน...เซก้าและสปอร์ตส อินเตอร์แรคทิฟประกาศว่าเอฟเวอร์ตันเซ็นสัญญาสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียวกับทีมพัฒนาฟุตบอล เมเนเจอร์หรือ FM เพื่อให้เดวิด มอยส์ผู้จัดการทีมและสต๊าฟโค้ชคนอื่นๆของเขาสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลนักเตะและสต๊าฟกว่า 370,000 คนได้

ไมลส์ ยาคอปสันผู้อำนวยการสตูดิโอสปอร์ตส อินเตอร์แรคทีฟได้อธิบายว่านี่เปรียบเสมือนฝันที่เป็นจริงของโอลิเวอร์และพอล คอลลิเออร์สองพี่น้องอย่างแท้จริง

"โอลิเวอร์และพอล คอลลิเออร์สองผู้ก่อตั้งสปอร์ตส อินเตอร์แรคทีฟต่างเป็นแฟนพันธ์แท้เอฟเวอร์ตันดังนั้นคุณลองนึกดูสิว่าพวกเขาจะแฮปปี้กับการตกลงครั้งนีเแค่ไหน!"

"พอลไปเอฟเวอร์ตันกับผมเพื่อถ่ายรูปเก็บภาพและเขาเหมือนเด็กในร้านขายลูกกวาดหลังได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปภายในสโมสรและยืนอยู่ข้างสนาม"

"พอลเค้าเป็นคนรับผิดชอบเรื่อง match engine ของเกมฟุตบอล เมเนเจอร์และโอลิเวอร์นำทีมคุม Football Manager Live (เวอร์ชั่นใหม่คุมทีมออนไลน์)ดังนั้นทั้งคู่จะมีส่วนร่วมกับทุกๆระดับของสปอร์ต อินเตอร์แรคทีฟเยอะมาก"

ยาค็อปสันได้อธิบายถึงข่าวลือหนาหูอยู่บ่อยๆก่อนหน้านี้ว่าสโมสรใหญ่ๆหลายทีมกำลังใช้ฐานข้อมูลของ FM ในการควานหาดาวรุ่งพรสวรรค์แต่ ณ ตอนนั้นยังไม่มีการยืนยันใดๆ

แต่การเซ็นสัญญากับทางเอฟเวอร์ตันได้ตอบคำถามปริศนาที่ว่านั้นและยังนำมาซึ่งเคดิตไม่ใช่แค่ฟุตบอล เมเนเจอร์ 2009 ซึ่งเปิดตัววางขายเมื่อเดือนพฤศจิกายนแต่เป็นในส่วนของกลุ่มแมวมองทั่วโลกอีกด้วย

"ปฏิกริยาของคนในสตูดิโอคือความภาคภูมิใจ การได้ในสิ่งที่เราลงกายลงแรงมาตลอดหลายปีที่ถูกทำขึ้นโดยแฟนบอล,เพื่อแฟนบอล,ได้รับการอนุมัติจากสโมสรหนึ่งที่มีประวัติเก่าแก่ใหญ่โคเป็นสิ่งที่พวกเราแทบไม่เคยฝันถึงเมื่อเริ่มต้นหยิบจับทำเกมเลียนแบบชีวิตการบริหารฟุตบอลนี้ขึ้นมา"

"มันแสดงให้เห็นว่า 16 ปีก่อนที่เราใช้แฟนบอลทำหน้าที่เป็นเครือข่ายนักวิจัยพิสูจน์ให้เห็นว่าถูกต้องและท้ายที่สุดเราสามารถยุติข่าวลือที่ว่ามีสโมสรแอบนำเอาฐานข้อมูลเราไปใช้เพราะตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว!"

"เราได้จัดหาฐานข้อมูลนักเตะและสต๊าฟซึ่งมีสถิตินับร้อยที่สมบูรณ์จากทั่วโลกกว่า 370,000 คนให้เอฟเวอร์ตันนอกจากนี้ยังมีรายละเอียดต่างๆที่คุณไม่ได้เห็นในตัวเองดังนั้นพวกเขาจึงได้ประโยชน์ปไปเต็มๆ"

แล้วใครกันจากกูดิสัน พาร์คจะเป็นคนเข้าถึงฐานข้อมูลที่ว่านี้?

"เราได้รับแจ้งมาว่าฐานข้อมูลจะถูกใช้โดยตรงจากสต๊าฟโค้ชพวกเขาแม้ว่าเรายังไม่เคยนั่งดื่มคุยกับเดวิด มอยส์ตัวต่อตัวแต่ผมก็พร้อมรับฟังข้อเสนอนี้นะ!"ยาค็อปสันกล่าวติดตลก

การตกลงร่วมงานกับเอฟเวอร์ตันครั้งนี้สร้างขวัญกำลังใจให้เหล่าแมวมองมือสมัครเล่นกว่า 1,000 คนโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมากลุ่มคนเหล่านี้ค้นพบนักเตะระดับโลกก่อนสื่อหรือแม้กระทั่งสโมสรชั้นนำซะอีกและเอฟเวอร์ตันตั้งใจว่าพวกเขาจะตามหานักเตะพรสวรรค์จากฐานข้อมูลมหึมาเหล่านี้

"แมวมองของเราเป็นพวกแฟนบอลพันธ์แท้เหมือนคุณเหมือนผมเหมือนทุกๆคน"ยาค็อปสอนกล่าวเสริมต่อ

"แม้ว่าแมวมองพวกนี้ไม่ได้แค่ดูเกมของทีมชุดใหญ่เท่านั้นแต่ยังเป็นทีมสำรองและทีมเยาวชนอีกด้วย ปฏิกริยาของคนเหล่านี้หลังได้ทำสัญญากับทางเอฟเวอร์ตันไม่ต่างจากทีมงาน Sports Interactive พวกเขาภูมิใจเอามากๆที่ชิ้นงานถูกนำเอาไปใช้จริงๆจังๆเช่นนี้"

ยาค็อปสันยังได้จำแนกชื่อนักเตะที่แมวมอง FM ค้นพบก่อนสื่อและทีมใหญ่ๆซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาปลื้มจนถึงทุกวันนี้

"ให้ไล่มาซัก 5 ชื่อเหรอ....นักเตะอย่างเวย์น รูนย์,ลีโอ เมสซี่,คาร์ลอส เตเบซ,ฮาเวียร์ ซาบิโอล่า,ซาเมียร์ นาสรี่ชื่อพวกนี้ต่างอยู่ในเกมทั้งหมดและพอเล่นไปเรื่อยๆพวกเขากลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในที่สุดและอย่างน้อยๆหนึ่งปีก่อนพวกเขาเล่นให้ทีมชุดใหญ่นัดแรกเป็นยังไงล่ะ?"

"มีตัวอย่างนักเตะอีกนับหมื่นในทุกๆระดับที่แมวมองเราได้จับตามองเนื่องจากมีศักยภาพที่สุดยอดก่อนแฟนบอลหรือสโมสรที่พวกเขาเล่นให้จะรู้ซะอก"

"เรามีแมวมองทั่วโลกมากกว่า 1,000 คน ประมาณ 1,500 เรามีหัวหน้าทีมวิเคราะห์ใน 50 ประเทศและภูมิภาคซึ่งบรรดาแมวมองแต่ละคนจะทำการรายงานให้หัวหน้าก่อนที่ข้อมูลจะมาถึงมือผู้วิเคราะห์และทีมงานที่ Sports Interactive อีกที"

การคืบคลานเข้ามาของเกมที่มีเอาไว้เล่นเพื่อสันทนาการต่อวงการฟุตบอลจริงๆอาจไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้เพราะในอดีตเคยมีคอเกม FM ยื่นใบสมัครเข้ารับงานผู้จัดการทีมมิดเดิลสโบรห์เมื่อปี 2006 จนตอบโต้จดหมายไปมากับสตีฟ กิบสันประธานสโมสรถึง 3-4 ครั้ง

มาถึงบรรทัดนี้อย่างน้อยที่สุดบรรดาคอเกมสามารถพูดได้เต็มปากว่าพวเขาไม่ได้อยู่บนโลกเสมือนจริงอีกแล้ว...






 .

 

 

                                    ขอบคุณบทความดีๆจาก soccersuck.com

ผู้ลงบทความ : Somchart